หากการแพทย์เป็นทั้งศาสตร์และศิลป์…

ผมได้รับรู้และค่อยๆเรียนรู้ ตั้งแต่ก้าวเข้าสู่เส้นทางของวิชาชีพแพทย์ว่า การแพทย์นั้นเป็นทั้งศาสตร์และศิลป์

เมื่อได้เรียนรู้เพิ่มเติมในทางมานุษยวิทยาการแพทย์ จึงได้เข้าใจมากขึ้นว่า มิติด้านศิลปะของการแพทย์นั้นถูกลดทอนไป ตั้งแต่การปฏิรูประบบการศึกษาแพทย์ ในสหรัฐอเมริกาช่วงต้นศตวรรษที่ 20

หลักการของการแพทย์อ้างอิงหลักฐาน หรือ EBM (Evidence Based Medicine) มีความสำคัญที่ทำให้การแพทย์แบบชีวการแพทย์ (bio-medicine) มีประสิทธิภาพสูงขึ้นและช่วยปกป้องชีวิตผู้คนได้มากมาย

แต่ผลข้างเคียงที่เกิดขึ้นคือความอ่อนโยนละเอียดปราณีต และการใส่ใจมิติทางด้านศิลปะในการทำงาน และในการใช้ชีวิตของแพทย์เองและของผู้คนนั้นหายไป

ในปัจจุบันที่เราต้องเผชิญกับปัญหาสุขภาพที่ซับซ้อนและมีมิติทางด้านสังคมวัฒนธรรมเข้ามาเกี่ยวข้องแยกออกจากกันไม่ได้นั้น การให้ความสนใจที่จะทำให้มิติด้านศิลปะของการแพทย์ แข็งแรงขึ้นอีกครั้ง จึงจำเป็นสำหรับการแพทย์ในศตวรรษต่อไป

ท่านอาจารย์ประเวศ วสี ชี้นำไว้ว่าการแพทย์ในศตวรรษใหม่คือการแพทย์ที่นำมิติความเป็นมนุษย์กลับมาเป็นหัวใจของการแพทย์อีกครั้ง

ซึ่งจุดหนึ่งที่สำคัญที่ต้องทบทวนและออกแบบกันใหม่ คือกระบวนการเรียนรู้ ของแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ทุกสาขาวิชา

การประสานองค์ความรู้ หลักคิดและวิธีการในการเรียนรู้ทางศิลปศาสตร์กรรมศาสตร์ จึงเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้!

ขอบคุณ มะขามป้อม และ #มหาลัยประชาชน ที่ทำให้ผมได้มีโอกาส ได้ความรู้ใหม่ๆ และเข้าใจเรื่องนี้ชัดเจนขึ้น

ขอบคุณอาจารย์ทั้งสองท่าน ที่เป็นวิทยากรในคลาสนี้ ที่ทำให้เห็นโอกาสไปต่อทั้งในทางวิชาการและทางปฏิบัติการ

FB Post: https://www.facebook.com/share/p/1H6qSqtPnj/?mibextid=wwXIfr

ใส่ความเห็น